Home‎ > ‎

article

ผู้จัดการ Extra Solution Engineering Co.,Ltd. ให้สัมภาษณ์ออกรายการอสมท.เพื่อชุมชน

posted Apr 4, 2011, 1:36 AM by Sirintorn Pengsiri

ผู้จัดการฯ บริษัท เอ็กซ์ตร้า โซลูชั่น เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมออกรายการอสมท.เพื่อชุมชน ที่สถานีวิทยุ อสมท.เชียงใหม่ (100.75 MHz) เรื่องราวความภาคภูมิใจของ SIPA เชียงใหม่ กับสมาชิกศูนย์ SPIC

ติดตามฟังย้อนหลังได้ที่นี่ค่ะ

Extra Solution Engineering ผ่านการประเมินมาตรฐาน ISO 29110 VSE

posted Mar 5, 2011, 6:11 AM by Sirintorn Pengsiri   [ updated Mar 5, 2011, 6:52 AM ]

   อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ESE ที่เรามุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ฝ่าย Software Development ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) เข้าร่วมโครงการ ISO 29110 SPI and Certification Program ปี 2553 และบริษัทฯ ผ่านการประเมินมาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ISO 29110 VSE เป็นที่เรียบร้อยแล้ว



                                                                                                             

ISO29110 VSE Model

SPI and Certification Program

                                                                                                                                                                  

 

โดยความร่วมมือระหว่าง

กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

คณะกรรมการวิชาการที่ 967 มาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และระบบ

 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

 

จากความพยายามในการพัฒนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของคณะกรรมการวิชาการที่ 967 มาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์และระบบมาอย่างต่อเนื่องในการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมไทย มาบัดนี้มาตรฐาน ISO 29110 VSE – Very Small Entity Model ได้ดำเนินการในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว พร้อมประกาศใช้ในฐานะมาตรฐานใหม่ของ ISO และในฐานะมาตรฐานระดับสากลที่ถูกเขียนโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญคนไทยในกระบวนการร่างและพัฒนา

VSE คืออะไร ?

VSE ย่อมาจาก Very Small Entity ที่มีคำนิยามคือ กลุ่มหรือหน่วยที่มีขนาดเล็กมาก เราใช้คำนี้ในการให้นิยามกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กถึงเล็กมากที่มีบุคคลากรไม่เกิน 25 คน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มผู้ประกอบการหรือหน่วยที่เป็นกำลังการผลิตที่สำคัญและในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เป็นกลุ่มที่กำลังเริ่มต้นและต้องการการพัฒนาที่เป็นระบบเพื่อให้สอดรับกับการเติบโตของอุตสาหกรรมที่กำลังขยายตัว

ISO29110 คืออะไร ?

ทางคณะกรรมการวิชาการที่ 967 ได้ริเริ่มโครงการ TQS (Thai Quality Software) ซึ่งเป็นโครงการให้คำปรึกษาและฝึกอบรมเพื่อปรับปรุงกระบวนการ ตามมาตรฐานที่ได้ประยุกต์จากมาตรฐานสากล ISO12207 ด้วยจุดเริ่มต้นจากจุดนี้ คณะกรรมการวิชาการที่ 967 ได้เข้าร่วมกับกลุ่ม ISO/IEC SC7 ที่ทำหน้าที่ในการยกร่างมาตรฐานระดับสากลด้านวิศวกรรม ซอฟต์แวร์และระบบ จากความร่วมมือนั้นได้จัดตั้งกลุ่มคณะกรรมการทำงานขึ้นมาเพื่อการวิจัย พัฒนา และเผยแพร่ มาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรขนาดกลางและเล็กที่เรียกว่า ISO29110 Software Engineering-Lifecycle Profiles for Very Small Enterprises (VSE)

ISO29110 เป็นแนวคิดยุคใหม่ของ ISO ที่จะเน้นการเติบโตของอุตสาหกรรมขนาดกลางและเล็ก รวมทั้งผู้ประกอบใหม่ที่เข้ามาให้มีโอกาสในการแข่งขันตามแนวทางการพัฒนา ฯ Outsourcing  ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา มาตรฐานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้ถูกทำให้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและมีความสลับซับซ้อนยุ่งยากในการปฏิบัติตาม ประกอบกับมาตรฐานซอฟต์แวร์ระดับสากลที่มีอยู่ในปัจจุบันจะเหมาะสมกับการปฏิบัติงานขององค์กรขนาดใหญ่ ISO29110 จึ่งถูกพัฒนาด้วยแนวคิดพื้นฐานเพื่อสนับสนุนองค์กรขนาดเล็กให้มีโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการและรับรองคุณภาพในระดับสากล

กระบวนการของ ISO29110

กระบวนการของ ISO29110 จะเน้นให้ผู้ประกอบการซึ่งอาจจะเป็นผู้ประกอบการอิสระ ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีบุคคลกรไม่เกิน 25 คน หรือหน่วยงานทางด้านSoftwareที่อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ให้มีกระบวนการในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นระบบ และเข้าสู่กระบวนการสากล โดยจะเป็นการเริ่มต้นในเชิงกิจกรรมของการปรับปรุงกระบวนการ หรือ SPI (Software Process Improvement)

ทาง ISO29110 ได้ให้ความสำคัญในกระบวนการที่จะต้องทำการปรับปรุงให้เป็นระบบและเป็นสากล 2 กระบวนการหลัก คือ กระบวนการด้านการบริหารโครงการ (Project Management) และกระบวนการด้านการสร้างซอฟต์แวร์ (Software Implementation) ซึ่งจะประกอบด้วยกระบวนการย่อยๆภายในอีก ทั้งสองกระบวนได้ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการขนาดเล็กจึงมีความเหมาะสมในการประยุกต์ใช้ได้ทันที โดยได้กำหนดขนาดของกระบวนการให้เหมาะสมกับองค์กรขนาดเล็ก จึงไม่สร้างปัญหาในการปรับใช้งานให้เข้ากับองค์กร


กระบวนการด้านการบริหารโครงการและกระบวนการด้านการสร้างซอฟต์แวร์
ตามมาตรฐาน ISO 29110 VSE



ESE ได้ร่วมออกบูทในงาน "สัมมนา SMEs เข้มแข็งด้วย ICT"

posted Aug 12, 2010, 3:24 AM by Sirintorn Pengsiri   [ updated Aug 12, 2010, 3:42 AM ]

ภาพบรรยากาศ ESE ได้ร่วมออกบูทในงาน "สัมมนา SMEs เข้มแข็งด้วย ICT" จัดโดย SIPA สาขาเชียงใหม่ ณ โรงแรมเซนทาราดวงตะวัน เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2553


กลยุทธการควบคุมตุ้นทุนการผลิต (ตอนที่ 3)

posted Jun 15, 2010, 8:30 AM by Sirintorn Pengsiri

เทคนิควิศวกรรมอุตสาหการในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต
เทคนิควิศวกรรมอุตสาหการในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต ประกอบด้วย

1.             เทคนิควิศวกรรมคุณค่า (Value Engineering) V E ต้องดูความสัมพันธ์ของ 3 ตัวแปร คุณค่า หน้าที่การทำงาน ลดต้นทุน (V / F/ C)

2.             เทคนิคการควบคุมคุณภาพ (Quality Control) ดำเนินการตามแนวคิดของ มูส มี 6 ขั้นตอน

        2.1             ขั้นตอนการเลือกโครงการหรือเป้าหมาย

        2.2             การรวบรวมข้อมูล

        2.3             การวิเคราะห์หน้าที่การทำงาน

        2.4             สร้างสรรค์ความคิดเพื่อปรับปรุง

        2.5             ประเมินผลความคิด ประเมินถึงความเป็นไปได้

        2.6             ขั้นตอนการพิสูจน์

หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านคุณภาพ ประกอบด้วยทุกฝ่าย เช่น /ฝ่ายการตลาดหากลยุทธ์ในการครองตลาด / ฝ่ายออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด / ฝ่ายจัดซื้อต้องจัดหาวัตถุดิบให้มีมาตรฐานของวัตถุดิบ / ฝ่ายผลิตแรงงานมีการพัฒนาอบรมอยู่หรือไม่ / ฝ่ายควบคุมคุณภาพต้องมีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างดีก่อนที่จะถึงมือลูกค้า / ฝ่ายจัดเก็บและส่งสินค้าเมื่อมีการจัดเก็บคุณภาพของสินค้ายังคงมีคุณภาพดีเช่นเดิม

3.                  เทคนิคการวางแผนและควบคุมการผลิต (Production Planning & Control)

4.             เทคนิคการบริหารวัสดุคงคลัง (Inventory Management) มีการดำเนินการบริหารวัสดุคงคลัง การผลิตดีมีคุณภาพ การขายต้องดีด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เน้นลูกค้าอย่างเดียว

5.             เทคนิคการศึกษางาน (Work Study) หลักการที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ Work Smart ไม่ต้องเสียกำลังมากด้วยวิธีการง่ายๆ การศึกษางานจะช่วยได้ โดยจะพิจารณาจากวิธีการทำงานของพนักงานแต่ละคน ว่าทำงานดีขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง แต่ผลงานมากขึ้น เทคนิคศึกษางานนี้ช่วยให้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เกิดความสำเร็จขึ้นมา มีทัศนคติที่ดี แก้ไขได้

6.             เทคนิคการบริหารงานบำรุงรักษา (Maintainance Management) โรงงานหลายแห่งมีปัญหาเครื่องจักรเสียบ่อย เรามีวิธีการบำรุงรักษาแบบไหน มีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่ มีวิธีการป้องกันหรือไม่ มีการซ่อมเปลี่ยนอะไหล่เครื่องจักรเป็นไปตามคู่มือหรือไม่ คู่มือสำคัญให้เป็นไปตามการซ่อมบำรุง คนที่รับผิดชอบต้องดูแล Fix Time Maintainance เป็นเรื่องสำคัญ Condition Base Maintainance สำคัญเช่นกัน ซึ่งจะไม่ทำให้แผนการผลิตเสียหาย

7.             เทคนิคการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) เป็นเทคนิคที่สำคัญยิ่ง ในการลดต้นทุน เช่น อาจจะมีการว่าจ้างที่ปรึกษาการประหยัดพลังงาน มาเขียนแผนและมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ บางครั้งอาจจะไม่ต้องลงทุน แต่ใช้จิตสำนึกแทน มีโครงการเพื่อการลดต้นทุนด้วยการประหยัดพลังงานของ SMEs ที่มีงบประมาณอุดหนุนอยู่ ซึ่งควรจะต้องให้ความสนใจเพราะการประหยัดพลังงานเป็นหัวใจหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี




เครดิตบทความจาก

SMEs 005 กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต
วิทยากร คุณธีรชัย โรจนพิสุทธิ์ นักวิชาการอุตสาหกรรมระดับ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กลยุทธการควบคุมต้นทุนการผลิต (ตอนที่ 2)

posted Jun 15, 2010, 8:26 AM by Sirintorn Pengsiri   [ updated Jun 15, 2010, 8:30 AM ]

ความสูญเปล่าในโรงงาน 8 ประการ

ในโรงงานอุตสาหกรรม มักจะมีการสูญเปล่าด้วยสาเหตุต่างๆ ดังนี้

1.             ความสูญเปล่าจากการผลิตของเสีย (Defects) ให้พิจารณาว่ามีจำนวนมากหรือไม่ เมื่อเก็บสถิติแล้วเพิ่มขึ้นหรือไม่

2.             ความสูญเปล่าจากการผลิตเกินความต้องการ (Over production) เกิดจากการเก็บสต๊อกมากเกินไป ซึ่งต้องพิจารณาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

3.             ความสูญเปล่าจากการรอคอย / ความล่าช้า (Waiting time / delay) เช่น เครื่องจักรเสีย ทำให้พนักงานว่างงาน

4.             ความสูญเปล่าจากการเก็บวัสดุคงคลังมากเกินไป (Excessive Inventory) สั่งวัสดุปริมาณมากแต่มีการใช้น้อย ดั้งนั้นการสั่งซื้อต้องมีเหตุผลในการสั่งและประหยัด ต้องสั่งตามจำนวน

5.             ความสูญเปล่าจากการขนย้ายที่ไม่จำเป็น (Unnecessary Transport) จึงควรมีวิธีการขนย้ายที่เหมาะสมและถูกวิธีหรือไม่ ต้องมีวิธีการที่ดีและจำเป็นต้องขนย้าย

6.             ความสูญเปล่าจากกระบวนการผลิตที่ไร้ประสิทธิภาพ (Ineffective Process) โรงงานใหม่ที่ตั้งมาแล้ว มีการลงทุนสูงกว่า เขาสามารถพัฒนาขีดความสามารถทุกเรื่องให้ดีกว่าโรงงานเก่าๆ นักลงทุนใหม่จึงเกิดขึ้นมาเรื่อยๆพร้อมคู่แข่งของโรงงานเก่า

7.             ความสูญเปล่าจากการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Unnecessary motion or action) ความเคลื่อนไหวต่างๆมีส่วนช่วยให้เกิดความเมื่อยล้า ผลผลิตต่ำ จึงเกิดเทคนิคใหม่เรียกว่า Work Study เช่น การออกแบบโต๊ะทำงาน การจัดวางของ ที่ให้ออกแบบสะดวกสบายต่อการทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้เพิ่มผลผลิตได้

8.             ความสูญเปล่าจากการผลิตและใช้พลังงาน (Energy Wastes)


หลักการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต

ในการดำเนินการลดและควบคุมต้นทุนการผลิตนั้น มีหลักการดังนี้

1.             จัดตั้งคณะทำงาน เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบ ต้องมีคณะกรรมการในการทำงานทุกอย่าง

2.             รณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกและให้การศึกษาอบรมแก่พนักงานทุกระดับ หลังการทำงานต้องปิดไฟ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง

3.             จัดทำโครงการ/แผนการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น แผนงานลดต้นทุนการใช้พลังงานและมีการกำหนดเป้าหมายด้วย ว่าจะลงจำนวนเท่าไร

4.             มีกระบวนการควบคุมที่สมบูรณ์ เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานทุกขั้นตอน


แนวคิดในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิต
สำหรับแนวคิดในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิตนั้น จะต้องยึดหลักการคือ

1.             ศึกษาวิเคราะห์และสำรวจสถานภาพปัจจุบันของต้นทุนการผลิต ต้นทุนหลัก ๆ คือ แรงงาน วัตถุดิบ โสหุ้ย เมื่อรู้ต้นทุนแล้วทำให้เราสามารถหาข้อบกพร่องแล้วหาวิธีลดต้นทุน

2.             วิเคราะห์และชี้ชัดหาสาเหตุของต้นทุนสูญเปล่าที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค้านั้นๆ ไฟฟ้าใช้มากที่สุดในกระบวนการผลิตในส่วนไหนที่ใช้ไฟฟ้าแล้วสูญเปล่าเป็นจำนวนเท่าไหร่

3.             เน้นการลดและควบคุมต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ไร้ประสิทธิภาพ มีความสูญเปล่าสูงๆ และดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ

4.             ประยุกต์ใช้เทคนิควิศวกรรมอุตสาหกรรม (IE Techniques)



กลยุทธ์การควบคุมต้นทุนการผลิต (ตอนที่ 1)

posted Jun 6, 2010, 11:48 AM by Sirintorn Pengsiri   [ updated Jun 15, 2010, 8:25 AM ]

ก่อนหน้านี้ เราได้ทราบกันไปแล้วว่า การลดต้นทุนมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร ครั้งนี้จะอธิบายถึงกลยุทธ์ที่นำมาใช้ควบคุมต้นทุนการผลิต เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การปฏิบัติจริงต่อไป

ปัจจัยในการลดและควบคุมต้นทุนการผลิตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
1. ด้านนโยบาย ผู้บริหารต้องมีนโยบายที่สนับสนุนโครงการเพื่อการลดต้นทุนอย่างชัดเจนและจริงจังเพื่อสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน เช่น นโยบายด้านคุณภาพสินค้าหรือมาตรฐานการผลิตระดับสากล นโยบายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคคลากร
2. การสร้างจิตสำนึกของพนักงาน โดยให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมกับโครงการ ปลูกฝังจิตสำนึกด้านการลดต้นทุนให้กับพนักงาน ให้พนักงานรับทราบว่าความสำเร็จของโครงการ ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของบริษัทหรือองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่ความสำเร็จนั้นจะส่งผลมายังคุณภาพชีวิตและตัวพนักงานด้วยเช่นกัน
3. เพิ่มมาตรการด้านการบริหารจัดการเพื่อการลดต้นทุนอย่างจริงจัง
  จะเห็นได้ว่า การลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มผลกำไรให้บริษัท ไม่ได้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งในบริษัท แต่เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกๆ คน ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบนสุด เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายอันเดียวกัน

การกำหนดเป้าหมายด้านการบริหารจัดการผลิตควรให้ความสำคัญดังนี้
1. ประสิทธิภาพการผลิต เป็นตัวชี้วัดเพื่อใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานตามช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสามารถทำได้ 5 วิธีดังนี้
     1.1 Output เพิ่มขึ้น Input เท่าเดิม
     1.2 Output เพิ่มขึ้น Input ลดลง
     1.3 Output เพิ่มขึ้น Input เพิ่มน้อยกว่า
     1.4 Output คงที่ Input  น้องลง
     1.5 Output ลดลง Input ลดลงมากกว่า

2. คุณภาพสินค้าและบริการ ซึ่งทุกองค์กรควรปลูกฝังให้พนักงานมี Quality Mind ถ้าโรงงานไหนควบคุมคุณภาพไม่ได้จะทำให้เกิดความเสียหายมาก ต้องปลูกฝังให้พนักงานทราบว่าเมื่อทำไปแล้วจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตต่อไปอย่างไร

3.
การส่งมอบ ต้องส่งมอบตรงเวลาตามที่ลูกค้าต้องการโดยไม่มีปัญหา การวางแผนการผลิตและส่งมอบให้ลูกค้าต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มิเช่นนั้นจะทำให้เสียระบบการทางธุรกิจ

4.
ต้นทุนการผลิต (Cost) ในสินค้าประเภทเดียวกันแต่ต้นทุนไม่เท่ากัน การลดต้นทุนมิใช่สิ่งที่จะทำให้คุณภาพของสินค้าลดลงเสมอไป

5.
ความปลอดภัย (Safety Mind) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพนักงานโดยตรง ซึ่งควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะยิ่งเคร่งครัดมากเพียงใด พนักงานก็ปลอดภัยมากเท่านั้น และมีส่วนทำให้ต้นทุนการผลิตลดน้อยลง รวมทั้งสร้างคุณภาพชีวิตให้พนักงานได้

6. ขวัญและกำลังใจ ยิ่งมีความปลอดภัยสูงขวัญและกำลังใจของพนักงานก็ยิ่งสูง และวิธีที่ดีที่สุด คือ การเพิ่มค่าจ้างและเพิ่มสวัสดิการให้กับพนักงาน

7.
สิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงงาน ถือเป็นสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงาน ปัจจุบันในโรงงานที่เกี่ยวกับมาตรฐานและจัดการกับสิ่งแวดล้อมได้ดี ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย


8.
จรรยาบรรณ (Ethics) เช่น โรงงานผลิตยางรถยนต์เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของยางชนิดนั้นผู้ผลิตต้องยอมรับและปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น


การลดต้นทุน มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร? (ตอนที่ 3)

posted May 12, 2010, 12:38 AM by Sirintorn Pengsiri

การได้มาซื่งข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการของผู้บริหารควรต้องใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด จึงจะช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว สามารถวางแผนการลดต้นทุนและควบคุมต้นทุนในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มโอกาสการแข่งขันกับคู่แข่งขันรายอื่นๆ สามารถเอาชนะคู่แข่งขันด้วยความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการต้นทุน (ต้นทุนต่ำ ขายราคาเท่าเดิม ขายได้ปริมาณเท่าเดิม เท่ากับกำไรที่สูงขึ้น)

            การลดต้นทุน ไม่ได้เป็นหน้าที่ของคนหนึ่งคนใด หรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในองค์กร แต่การลดต้นทุนนั้นจะส่งผลโดยตรงกับองค์กรในภาพรวม นั่นหมายความว่า ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทุกคน ต้องมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการลดต้นทุนของอค์กรเช่นเดียวกัน ทำเพื่อผลประกอบการที่ดีขึ้นบริษัทเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน เมื่อองค์มีความมั่นคง พนักงานซึ่งเป็นส่วนประกอบขององค์กร ย่อมมีความมั่นคงและเติบโตขึ้นตามผลประกอบการขององค์กรเช่นเดียวกัน

 

บริษัท เอ็กซ์ตร้า โซลูชั่น เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด

เราเป็นผู้นำด้าน Solution เพื่อการบริหารจัดการเพื่อการลดต้นทุนในองค์กรธุรกิจ

การบริการจากทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์การทำงานด้าน  Engineering , Management , Planning และ Information Technology กว่า 15 ปี การทำงานที่เป็นมาตรฐาน ภายใต้การควบคุมดูแลของวิศวกร ทุกขั้นตอน ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า การลดต้นทุน เพิ่มกำไร โดยไม่ลดคุณภาพ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อมถึง

การลดต้นทุน มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร? (ตอนที่ 2)

posted May 12, 2010, 12:37 AM by Sirintorn Pengsiri

            การลดต้นทุนจะได้ผลและเป็นประโยชน์ต่อองค์กรมากที่สุดเมื่อมีการทำงานบนระบบบริหารจัดการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต ลดปริมาณของเสีย รวมไปถึงอำนาจการต่อรองของฝ่ายจัดซื้อในการสั่งซื้อวัตถุดิบ การปรับปรุงกระบวนการเพื่อลดระยะเวลาหรือขั้นตอนที่ใช้ในการผลิต การบำรุงรักษาเครื่องจักรเครื่องมือในการผลิตให้อยู่ในสภาพพร้อมในการใช้งานอยู่เสมอ การบริหารจัดการคลังสินค้า เป็นต้น

                การทำงานในปัจจุบันทุกๆ ฝ่ายขององค์กร ไม่ว่าการตลาด การผลิตและควบคุมคุณภาพ การควบคุมคลังสินค้า การบริการ การบัญชี การเงิน การจัดซื้อ การบริหารจัดการ ล้วนแล้วแต่ทำงานอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีสารสนเทศ การบันทึกข้อมูลในลักษณะไฟล์คอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมฐานข้อมูลต่างๆ ที่มีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด เช่นโปรแกรมบัญชี , โปรแกรมบริหารจัดการคลังสินค้า . โปรแกรมขายสินค้า , โปรแกรมวางแผนการทำงาน , โปรแกรมวางแผนความต้องการวัตถุดิบ เป็นต้น เพื่อการได้มาซึ่งข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่ใช้ในการตัดสินใจของผู้บริหาร แต่ละฝ่ายแต่ละงาน จะใช้ Software หรือระบบงานเฉพาะด้าน ไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้ข้อมูลจากฝ่ายหนึ่งไม่สามารถนำไปใช้งานกับ Software ของอีกฝ่ายได้ทันที จำเป็นต้องเสียเวลาป้อนข้อมูลเดิม หรือข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์จากฝ่ายแรกเข้าไปยัง Software ของฝ่ายที่ 2 หากองค์กรมีฝ่ายที่ต้องใช้ข้อมูลเดียวกัน 5 ฝ่าย จะต้องเสียเวลาป้อน 5 ครั้ง และอาจเกิดความผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลโดยคนถึง 5 ครั้งเช่นกัน หรือหากต้องแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดตั้งแต่ครั้งแรก นั่นหมายความว่าจะต้องแก้ไขถึง 5 ครั้ง บริษัทเสียพนักงาน 5 คนเพื่อทำงานลักษณะนี้ แทนที่พนักงานจะได้มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถในการทำงาน กลับต้องเสียเวลาทำงานแก้ไขงานแบบเดียวกันซ้ำๆ

            การใช้ Software มาเป็นเครื่องมือช่วยให้การประมวลผลด้านต่างๆ หรือการรับส่งข้อมูลต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้นเป็นสิ่งดี และจะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อองค์กรได้ใช้ Software ที่อยู่บนพื้นฐานระบบเดียวกันภายใต้ฐานข้อมูลเดียวกัน ข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกันถูกป้อนเข้าครั้งเดียวแล้วถูกใช้ประโยชน์ในการประมวลผลบนระบบงานของฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย หรือหากข้อมูลผิดพลาดจำเป็นต้องแก้ไข ก็จะมีการแก้ไขเพียงจุดเดียวที่เป็นจุดเริ่มต้น

Software โดยทั่วไปจะประกอบด้วย ระบบการทำงานด้านหน้า (Front End) ได้แก่ User Interface และระบบการทำงานด้านหลัง (Back End) ได้แก่ ระบบการไหลของข้อมูลระหว่างฝ่าย ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ระบบการสำรองข้อมูล ทั้งหมดนี้ ควรต้องเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน 2 ด้าน กล่าวคือ

1.)    ด้านการทำงานที่รองรับกับระบบบริหารจัดการการผลิตและบริการที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น Inventory Management,MRP,MRP II (Close Loop MRP) , ERP , Lean , TPM , Project Management เป็นต้น

2.)    ด้านการพัฒนา Software ถึงแม้จะเป็น Software สำเร็จรูปหรือ Software จ้างผลิต ควรต้องเป็น Software ที่ถูกพัฒนาบนมาตรฐานการพัฒนา Software ที่เป็นสากลเป็นที่ยอมรับทั่วโลก บนพื้นฐานทางด้าน Software Engineer เพื่อผู้ใช้ในองค์กรทุกคนจะสามารถมั่นใจได้ว่า Software ที่ใช้ มีการประมวลผลบนโครงสร้างสถาปัตยกรรม Software (Software Architecture) ที่ถูกต้อง ผ่านกระบวนการทดสอบทางด้าน Software Testing  ก่อนวางจำหน่าย อีกทั้งมีการพัฒนาหรือปรับปรุง Software อย่างต่อเนื่อง

การลดต้นทุน มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร? (ตอนที่ 1)

posted May 12, 2010, 12:33 AM by Sirintorn Pengsiri

สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน การแข่งขันในธุรกิจสูงมากขึ้น ทั้งในด้านราคา คุณภาพสินค้า การบริการ หรือแม้แต่กลยุทธทางด้านการตลาดเพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าหรือใช้บริการได้มากขึ้น มีการคิดค้นกลยุทธใหม่ๆ เพื่อให้ขายได้ในปริมาณมากขึ้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างกำไรให้กับองค์กรมากขึ้น ยกตัวอย่างกลยุทธที่ทำให้องค์กรมีผลกำไรจากการประกอบการมากขึ้น

 

1. การวางแผนและบริการจัดการด้านการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์

ข้อดีคือ เห็นผลทันที

ข้อเสียคือ ต้องมีการลงทุนและดำเนินการด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง ถ้าหยุด จะมีผลต่อยอดขายทันที

ข้อสังเกต บ่อยครั้งการใช้กลยุทธทางด้านการตลาด การขายสินค้าหรือบริการได้ในจำนวนมากกลับไม่ได้สร้างผลกำไรให้บริษัทมากขึ้นตามเลย สิ่งที่ตามมากับยอดขายหรือรายได้ที่มากขึ้น นั่นคือต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้นตาม เช่น ค่าล่วงเวลาพนักงาน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น เมื่อลูกค้ามีความต้องการสินค้าหรือบริการมากขึ้น บริษัทย่อมต้องผลิตสินค้ามากขึ้นอัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้นในการผลิตแปรผันตรงกับปริมาณการผลิต

 

2. การตั้งราคาขายสูง

ข้อดีคือ  ผลกำไรจากการขายสูง

ข้อเสียคือ ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับบริษัทคู่แข่งได้ ลูกค้าย่อมตัดสินใจซื้อสินค้าที่ราคาถูกกว่า

 

 

3. การลดต้นทุน

ข้อดีคือ ทำให้บริษัทมีผลกำไรมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมียอดการผลิตสินค้าหรือบริการเท่าเดิมก็ตาม และเป็นวิธีการที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจได้ วิธีการลดต้นทุนเป็นวิธีการที่ช่วยเพิ่มผลกำไรในการประกอบการที่ดีที่สุดและเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตขององค์กรในระยะยาว

ข้อเสียคือ ถ้าหากลดต้นทุนในค่าใช้จ่ายหรือทรัพยากรอย่างไม่ถูกต้องเช่น ลดพนักงาน หรือ ลดคุณภาพวัตถุดิบ จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทเช่นกัน

1-10 of 10